LATEST POST

READ ARTICLE

ก่อนเลี้ยงปลาต้องเตรียมความคิดอย่างไร

ก่อนที่จะเลี้ยงปลานอกจากจะมีเงินทุนในการที่จะเลี้ยงปลาแล้วนั้นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยกว่าการที่จะมีเงินทุนในการที่จะทำการเลี้ยงปลาแล้วนั้นจะต้องเตรียมตัวหรือว่าเตรียมใจให้พร้อมที่จะเลี้ยงปลาเพราะว่าบอกได้เลยว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยสำหรับการที่เรานั้นจะทำการเลี้ยงปลาในแต่ละครั้ง วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคในการที่จะเลี้ยงปลาก่อนว่าเราจะเตรียมตัวอย่างไร
1. การความพร้อมทางด้านความคิด การศึกษาหาความรู้ให้พร้อมสำหรับการที่เรานั้นจะเลี้ยงปลาใน กระชังบก นั้นสำคัญไม่น้อยเมื่อเราได้ทำการศึกษาได้ดี จะทำให้เราวางแผนในการเลี้ยงปลาได้ดี เดินทีละก้าว อย่างมั่นคงจะดีกว่า สำหรับบางคนที่ยังไม่พร้อมทางด้านเงินในการที่จะลงทุนอาจจะจัดการที่จะเลี้ยงเพื่อการเลี้ยงชีพในครัวเรือนก่อนเมื่อเหลือจึงนำมาขายต่อจะทำให้เราไม่พลาดในการลงทุน
2. เตรียมความพร้อมในการที่จะหาความรู้ หมั่นในการที่จะหาความรู้และเทคนิคเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาให้มากเพื่อที่จะได้นำมาปรับใช้กับการเลี้ยงปลาของตนเอง
3. เตรียมประสบการณ์ คืออย่าเอาแต่ความรู้แต่ภาคทฤษฎีมาตั้งไว้แต่เพียงอย่างเดียวจะต้องนำมาปฏิบัติด้วย ถ้าไม่นำมาปฏิบัติก็เปรียบเสมือนมีตำราที่เก็บไว้ในตู้แต่ไม่ได้นำกลับมาใช้ประโยชน์  เริ่มต้นจากเล็กไปหาใหญ่ ต้องเริ่มทดลองด้วยตนเองจากเล็กไปใหญ่ก่อน  
4. การเตรียมครอบครัวและแรงงานในการที่จะทำการเลี้ยงปลา อย่าลืมว่าเราเพียงคนเดียวนั้นมันไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพนี้ได้  
5. เตรียมความพร้อมเงินทุน เงินทุนเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากในการที่จะการลงทุนที่จะเลี้ยงปลาได้ หากไม่มีเงินลงทุนของตนเองนั้นก็อย่าให้เป็นเงินทุนที่มีดอกเบี้ยสูง เสี่ยงต่อการลงทุนหากเน้นดอกเบี้ยน้อย ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดจะดีมาก ไม่เสี่ยงต่อการลงทุน
6. เตรียมความพร้อมทางด้านทำเลการเลือกตั้งที่ดี คือ เลือกให้เหมาะสมในการที่จะเลี้ยงปลาหรือว่าเลี้ยงเราสามารรถที่จะเดินทางไปเลี้ยงปลาได้อย่างสะดวกนั้นเอง หากใกล้บ้านจะดีมากเพราะว่าจะทำให้ง่ายต่อการดูแล ความพร้อมทางด้านทำเลนั้นถือได้ว่ามันคือ ปัจจัยต่อการเลี้ยงปลาอันดับต้น ๆ หากเลี้ยงทำเลเลี้ยงดี อุดมสมบูรณ์ดีปลาจะได้ผลผลิตและคุณภาพดีตามไปด้วย
7. มีไฟฟ้าในการที่จะเลี้ยงปลา เรื่องของไฟฟ้ามีความสำคัญในการที่จะช่วยในการเลี้ยงปลาเช่นกัน

READ ARTICLE

กระดาษลูกฟูก วัสดุกันกระแทกยอดนิยม

วัสดุที่ถูกผลิตและคิดค้นขึ้นมาเพื่อกันกระแทกนั้นมีหลายประเภท นอกจาก ยางปูพื้น แผ่นยางกันกระแทกแล้ว เรายังมีวัสดุอีกหลายชนิด
วัสดุกันกระแทกที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ โฟมพอลิสไตรีน โฟมพอลิ– ยูรีเทน โฟมพอลิเอทิลีน แผ่นพลาสติกอัดอากาศ ฝอยไม้ และฝอยกระดาษ วัสดุแต่ละชนิดมีคุณลักษณะประจำตัว และความเหมาะสมต่อการใช้งาน แตกต่างกัน และวัสดุที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือ กระดาษลูกฟูก
การใช้งานแผ่นกระดาษลูกฟูก
แผ่นกระดาษลูกฟูกใช้ทำหน้าที่แผ่นรอง ตัวกั้นหรือแผ่นกั้น เพื่อเก็บสินค้าภายใน บรรจุภัณฑ์ หรือทำหน้าที่เป็นตัวห่อหุ้มสินค้า
ข้อจำกัด
แผ่นกระดาษลูกฟูกมีข้อจำกัด คือ
1. ในการดูดซับแรงกระแทกอย่างรุนแรง และไม่คืนรูปกลับเป็นอย่างเดิม
2. หลังถูกแรงกระทำ มีการดูดซึมความชื้น และอ่อนตัวลงในสภาวะอากาศที่มีความชื้นสูง
ข้อดีของการใช้กระดาษลูกฟูก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการที่สามารถนำกลับเข้ากระบวนการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาจากเศษวัสดุเหลือหลังใช้งาน ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีอย่างมาก
การนำกระดาษลูกฟูกมาใช้งาน
การนำกระดาษลูกฟูกมาใช้งานนั้น สามารถนำมาใช้งานตามความเหมาะสมของแต่ละประเภท ตัวอย่างการนำกระดาษลูกฟูกมาใช้งาน ได้แก่
- การใช้แผ่นชนิด 3 ชั้น ในการกั้นแบ่งช่องของกล่องบรรจุเครื่องแก้ว เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกซึ่งกันและกัน
- ใช้ทำหน้าที่ลดการเคลื่อนที่ภายในกล่องหัตถกรรมที่มีรูปทรงแปลกๆ
- ชนิด 2 ชั้น (กระดาษ ลูกฟูกหน้าเดียว) ใช้เพื่อการห่อหุ้ม เป็นหลัก เช่น ใช้ห่อหุ้มชิ้นส่วน ของเฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นส่วนของเครื่องจักร เป็นต้น
ในการใช้งานเพื่อกันกระแทก นอกจากยางปูพื้น แผ่นยางกันกระแทกแล้ว ก็ยังมีกระดาษลูกฟูกและวัสดุอีกมากมาย แต่จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมจึงจะเกิดความคุ้มค่า

READ ARTICLE

เทคนิคจองที่พักออนไลน์ยังไงให้ประหยัด

เรื่องของการวางแผนการเดินทางนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอีกทั้งยังมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับการที่เรานั้นจะเดินทางในแต่ละครั้งเรื่องของการเดินทางและการท่องเที่ยวนั้นหากได้เดินทางพร้อมกับสนุกไปด้วยแระหยัดไปด้วยแถมสะดวกด้วยนั้นนับว่ามันเป็นเรื่องที่ดีงามเอามากๆเลย ดังนั้นเรื่องการวางแผนการเดินทางมันมีมากมายหากหลายอย่างทั้งเรื่องของสถานที่ในการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวหรือว่าการจองโรงแรม ค้นหาสถานที่เที่ยว แต่ในบางครั้งเราอาจจะต้องมานั่งเจ็บใจเมื่อโรงแรมที่จองไปมีราคาแพงทั้งๆที่คุณอื่นไม่ทราบว่าเค้าทำยังไงเค้าถึงจองได้ในราคาที่ถูกกว่าเรา วันนี้เรามีวิธีการจองห้องพักออนไลน์ที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินมาฝากทำให้คุณสามารถที่จะวางแผนท่องเที่ยวกันได้แบบสบายแถมราคาประหยัดสบายกระเป๋าอีกด้วย ตามมาดูกันเถอะ
เว็ปที่ใช้ในการที่จะจองห้องพัก บ้านพักหัวหิน พูลวิลล่า มีมากมายหลากหลายเว็ป เช่น booking.com  agoda และ expedia  ซึ่งแต่ละที่ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป เช่น
- เว็บ booking  ส่วนลดไม่มากดังนั้นทำให้ราคาในการจองค่อนข้างแพงเนื่องจากทางเว็บไม่ได้เป็นคนจัดการในเรื่องของการเก็บเงินทางที่พักจัดการในเรื่องนี้เอง
- เว็บexpedia จะสามารถที่จะจองได้ในราคาถูกหากเราจองแบบ แพ็คเก็ต คือที่พัก เครื่องบินรถเช่า ซึ่งสายการบินที่ร่วมด้วยคือ แอร์เอเชีย นั้นเอง
เทคนิคในการจอให้ราคาถูก
1. จองที่พักผ่าน agoda.com ผ่านมือถือของเราเอง โดยผ่านแอบพิเคชั่นจะได้ราคาถูกกว่าการจองผ่านจอคอมพิวเตอร์
2. สมัครสมาชิกก่อนทำการจองจะได้ราคาถูกกว่า ดังนั้นก่อนทำการจองต้องล็อคอินสมาชิกทุกครั้ง
3. มองหาส่วนลดจากพาร์ทเนอร์ เช่น ใช้ส่วนลดจากบัตรเครดิตและเครือข่ายโทรศัพท์ และจ่ายเป็นบัตรเครดิตกับเว็บเพราะว่าจ่ายที่โรงแรมเราจะไม่ได้ส่วนลดอะไรเลย
4. เลือกเดินทางท่องเที่ยวในวันจันทร์ – ศุกร์จะได้ราคาถูกกกว่าและเดินทางเที่ยวในช่วงโลชีชั่นอย่าลืมว่าแต่ละวัน แต่ละเวลา จะไม่เท่ากัน
5. ก่อนตัดสินใจในการจองให้เปรียบเทียบราคาด้วย Hotelcombined ก่อนตัดสินใจ
6. รายละเอียดและลิงค์บัตรเครดิตที่ห้ส่วนลดสามารถที่จะดูได้จากเว็บก่อนทำการจอง

READ ARTICLE

วิธีเลือกรถยกให้เหมาะกับงาน

เลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมอย่างไรให้เหมาะกับงานและการซ่อมบำรุงรักษาอย่างไรให้รถสามารถใช้งานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงสุด สำหรับรถยกอุตสาหกรรมมีมากมายหลายชนิด ประกอบกับความซับซ้อนและมีเงื่อนไขจำกัดที่ต้องเรียนข้อมูลเฉพาะทำให้การเลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้านต่างๆ อย่างรอบคอ โดยเฉพาะต้องเข้าใจถึงสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอันเป็นปัจจัยภายนอกตัวรถ อุปกรณ์ที่ต้องใช้งานร่วมกัน และวัตถุประสงค์การใช้งานรถ เพื่อสามารถใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด โดยทั่วไปรถยกอุตสาหกรรมเหมาะสำหรับการทำงานรับและส่งสินค้าขึ้นลงที่ท่าเทียบรถขนส่ง รวมถึงการขนย้ายเข้าสู่สายการผลิต และงานยกสินค้าขึ้นจัดเก็บบนชั้นวางสินค้า หรือเข้าไปยกสินค้าบนชั้นวางลงมาเพื่อจัดส่งดังนั้นการเลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมให้เหมาะกับลักษณะงานจึงมีเงื่อนไขที่เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญให้พิจารณาร่วมด้วยดังนี้
    1. หากคลังสินค้ามีสินค้าที่แตกต่างกันทั้งชนิด รูปแบบ และขนาด จะต้องหาวิธีให้ภาชนะรองรับสินค้าทั้งหมดหรือสินค้าส่วนใหญ่ให้ได้ เพื่อสามารถใช้งานรถยกอุตสาหกรรมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและรถเข็นทรงสูงที่ติดล้อ ภาชนะเหล่านี้จะช่วยให้น้ำหนักที่รถจะยกมีมาตรฐานแน่นอน และทำให้เลือกใช้รถได้ง่ายขึ้น น้ำหนักของสิ่งของที่ต้องการจะยกเป็นข้อพิจารณาที่ต้องให้ความสนใจเช่นกัน
    2. รถยกอุตสาหกรรมแต่ละคันไม่ว่าชนิดไหน ล้วนไม่ได้ทำงานเต็มพิกัดน้ำหนักตลอดเวลา แต่จะทำงานยกสินค้าเพียงครึ่งหนึ่งของเวลาทำงาน รถยกจะวิ่งกลับโดยไม่มีสิ่งของต้องบรรทุก และต้องยกงาเปล่าช่วงลดงาลงหรือยกงาขึ้นเสมอ ดังนั้นการคำนวณผลการทำงานของรถยกจึงต้องลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากเวลาทั้งหมด แม้ว่ารถยกจะวิ่งและทำงานยกสิ่งของตลอดเวลาก็ตาม นอกจากนี้การมีช่างที่มีการซ่อมบำรุงที่มีความเชี่ยวชาญในการซ่อมจะช่วยให้รถสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการ ซ่อมรถโฟล์คลิฟท์
    3. การเลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมต้องคำนวณถึงอัตราความเร็วและความสามารถในการยกของรถยกแต่ละชนิด ลักษณะงาน ปริมาณงาน ระยะทางใกล้ไกล และความถี่ในการทำงาน ตลอดจนกำหนดความเร่งของเวลาเสร็จงาน ความต้องการและปริมาณงานจะทำให้การเลือกขนาดของรถยกอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปตามสภาพ โดยทั่วไปผู้ใช้รถจะเลือกรถที่มีความพอดีกับขนาดน้ำหนักที่จะยก เพราะหวังว่าจะช่วยประหยัดได้มากขึ้น

READ ARTICLE

เคล็ดลับผิวสวยไม่ได้ยากลองทำดู

ผิวพรรณที่ดี และดูสวยงาม นั้นเป็นสุดยอดปรารถนาของหญิงสาวโดยทั่วไป แต่ทำยังไงกว่าที่ผิวจะดีแบบที่เรานั้นต้องการ คงจะไม่มีใครที่จะสวยโดยธรรมชาติแบบไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนมากแล้วจะต้องให้เวลาในการที่จะดูแลผิวพรรณกันทั้งนั้น การดูแลผิวที่ดี หาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม  จนทำให้ปัจจุบันการบำรุงผิวพรรณด้วยครีมบำรุงออกมามากมาย แต่ละยี่ห้อแต่ละบริษัทนั้นต่างงัดกลยุทธ์ที่ดีออกมาทำการโฆษณาแข่งขันกันมากมาย ทำให้ครีมบำรุงผิวบางชนิดมีราคาแพงจนหลาย ๆ คนไม่สามารถซื้อหามาใช้ได้ มีหลายยี่ห้อที่น่าสนใจเช่น sewa แต่ถามว่าทุกคนมีกำลังทรัพย์ในการที่จะหาซื้อเท่ากันหรือไม่ แน่นอนว่ามันไม่เท่ากัน ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีการในการที่จะดูแลผิวให้สวยใส ด้วยวิธีง่าย ๆ แบบธรรมชาติ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทอง มาดูตามกันเถอะ
1. ตามหาสาเหตุของผิวสุขภาพไม่ดีให้เจอเสียก่อน จะได้หาทางในการที่จะบำรุงได้อย่างถูกต้อง  ผิวพรรณเสื่อมโทรม แก่ชรา หมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ จะต้องไปไล่เรียงดูว่าเกิดจากอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขได้ถูกวิธี
2. แสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลต นี้แหละสาวๆทราบดีว่ามันคือ ตัวการที่จะทำร้ายผิวได้มากที่สุด เกิดริ้วรอยก่อนวัย แสงแดดเป็นตัวทำลายคอลลาเจนที่เป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ประสานเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกันและไฟเบอร์อีลาสตินในผิวหนัง เมื่อได้รับแสงแดดมากเกินไปผิวจะหนามากยิ่งขึ้น  หลาย ๆ คน น้ำมันที่เคลือบผิวหนังลดน้อยลงอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังลอกเป็นสะเก็ดและแห้ง สุดท้ายตามคือ ผิวที่แห้งเสีย หมองคล้ำจากแสงแดดดังนั้นพยายามหลีกเลี่ยงหรือว่าทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านด้วย
3. สภาพอากาศที่แห้ง หรือสภาพอากาศในห้องแอร์ ความชื้นในอากาศเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งหยาบ ผิวแห้งแตกและดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนัง ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้นั้นการที่เราจะทาโลชั่นป้องกันผิวไว้ น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีมากในการเพิ่มความชุ่มชื้น
4. มลภาวะในอากาศ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นควันเสีย อากาศเป็นพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม จะทำให้มีสารตกค้างที่ผิวหนังจนส่งผลทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรมและดูหมองคล้ำ
5. ความเครียด เป็นตัวการร้ายที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดและการทำงานของร่างกายแปรปรวน การขับถ่ายของเสีย สารพิษ และทำให้ผิวหนังเสื่อมง่าย

 

READ ARTICLE

เทคนิคการดูแลผิวสวย กระจ่างใส

คุณคือคนหนึ่งที่อยากจะมีผิวสวย กระจ่างใส ดูดีเป็นธรรมชาติ และดูอ่อนเยาว์ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพผิวที่ดีและเหมาะสมนั้นจัดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ดูแลสุขภาพผิวเช่น Hira blue แน่นอนที่สุดว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ช่วยปรับสภาพผิวของคุณให้กลับมาเนียนใสอีกครั้ง ทั้งนี้ควรที่จะปฏิวัติผิวเสียให้เป็นผิวสวยไปกับเราด้วยเทคนิคมากมาย ถ้ามีสภาพผิวมัน รวมถึงมีน้ำมันส่วนเกินและสร้างความหงุดหงิดใจเพิ่มขึ้นด้วยหากเกิดการอุดตัน แนะนำให้หันกลับมาสู่การดูแลผิวด้วยความบริสุทธิ์จากธรรมชาติกับสารสกัด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมและขายดีมากด้วยคุณสมบัติของการทำความสะอาดผิวและปรับสมดุลผิวมันให้กลับมามีผิวที่เรียบเนียน กระจ่างใส ดูดีเป็นธรรมชาติมากขึ้น
    1. การทำความสะอาดผิวด้วยการใช้น้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้เห็นผลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ง่ายต่อการชำระล้างสิ่งที่ตกค้างหรืออุดตันออกอย่างสะดวกขึ้น ผิวที่มันและเป็นสิวจึงต้องการกำจัดมันออกไปให้เร็วที่สุด จึงเลือกใช้สูตรที่มีรุนแรงกับผิว แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ผิวกลับยิ่งมันมากขึ้นเพราะการเลือกใช้สูตรที่รุนแรงจะเป็นการกำจัดน้ำมันตามธรรมชาติในผิวออกไปด้วย จึงทำต่อมไขมันต้องผลิตไขในปริมาณมากเพิ่มขึ้นเพื่อมาทดแทน ควรเลือกใช้สูตรที่เป็นธรรมชาติในการทำความสะอาดผิวและปรับสมดุลผิว เพื่อผิวที่สะอาดและไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
    2. เปลี่ยนและทำความสะอาดปลอกหมอนเป็นประจำ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไขมันจากผิวหนังและเส้นผมเป็นแหล่งกำเนิดและเป็นปัจจัยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย รวมถึงผิวสวยเริ่มต้นจากการที่เรานอนหลับสนิท เนื่องจากเซลล์ผิวจะทำการซ่อมแซมในขณะที่เราหลับ แต่ต้องมั่นใจว่าเรานอนหลับในปริมาณที่เพียงพอคือ 6 -8 ชั่วโมง การพักผ่อนและการฟื้นฟูเซลล์ผิว จากประสบการณ์ของผู้ที่มีผิวมันจะพบว่าผิวจะผลิตไขมันออกมามากที่สุด เพื่อปรับสมดุลการผลิตไขมันในช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างมีเห็นผล ทำให้ตื่นขึ้นมาพร้อมผิวหน้าที่กระจ่างใส ช่วยลดความมันส่วนเกินซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
    3. ปัญหาสิวเป็นอุปสรรคชิ้นโตสำหรับผิวสวย ด้วยประสิทธิภาพจากออยล์บริสุทธิ์ ผสานคุณค่าธรรมชาติที่ช่วยลดเลือนรอยแดงพร้อมช่วยป้องกันรอยดำจากสิวอย่าปล่อยให้สิวเป็นอุปสรรคต่อผิวสวยอีกต่อไป การที่คุณพยายามที่จะปกปิดรอยสิวด้วยรองพื้น จะทำให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เกิดสิว ควรเลือกที่มีคุณภาพดีและเหมาะกับสภาพผิวที่อุดมด้วยคุณค่าที่ช่วยดูแลผิวที่มีปัญหาสิว เนื้อรองพื้นเบาสบายแต่ให้การปกปิดที่ดีเยี่ยม เพื่อมอบผิวสวยกระจ่างใสได้ตลอดวัน

READ ARTICLE

ปลาของไทยชนิดใดบ้างที่เป็นที่นิยมเลี้ยงกัน

การเลี้ยงปลา เป็นอาชีพหมวดหนึ่งในภาพรวมของอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งมีความสำคัญ และอยู่คู่วิถีชีวิตของเรามานานแสนนาน
ปลาที่นิยมเลี้ยงกันอยู่นั้น มีมากมายหลายชนิด และจากหลายแหล่ง สามารถเลี้ยงได้ในหลายลักษณะ ซึ่งปลาของไทยเราเองก็ได้รับความนิยมในการเลี้ยงหลายชนิดเช่นกัน
ปลาพื้นบ้านของไทยเรามีอยู่หลายชนิดที่เลี้ยงได้ดีทั้ง ในบ่อน้ำจืด และน้ำกร่อย ในนาข้าว และใน กระชังปลา ซึ่งได้แก่
1. ปลาสวาย ปลาที่มีขนาดใหญ่ มีความยาวถึง 1.50 เมตร การเลี้ยงปลาสวายอาจเลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้ เช่น ปลา ตะเพียน อาหารของปลาสวาย ได้แก่ เศษอาหาร เศษปลา รำข้าว ข้าวต้มสุก ระยะการเลี้ยง 8-10 เดือน ปลาสวายจะโตได้น้ำหนัก 1-1.2 กิโลกรัม
2. ปลาดุก ในประเทศไทยเรามีปลาดุกอยู่ประมาณ 7 ชนิด แต่ที่นิยม เลี้ยงมีอยู่ 2 ชนิดคือ ปลาดุกด้าน และปลาดุกอุย
3. ปลาแรด เป็นปลาขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดความยาวถึง 65 เซนติเมตร การเลี้ยงปลาแรดแพร่กระจายทั่วไปในอินโดนีเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน อินเดีย ศรีลังกา และฟิลิปปินส์
4. ปลาสลิด ปลาสลิดเป็นปลาที่มีกำเนิดในไทย เวียดนามใต้ มาเลเซีย ขนาดโตที่สุดมีความยาว 25 เซนติเมตร เป็นปลาที่เหมาะสำหรับเลี้ยงในนาซึ่งปล่อยให้หญ้าขึ้นรก
5. ปลาหมอตาล จะวางไข่ทุกๆ 6 เดือน และจะวางไข่ได้ประมาณ 5 ครั้งในชีวิต ตามปกติปลาชนิดนี้อาจเลี้ยงรวมกันเอง หรือรวมกับปลาสกุลอื่นๆ ก็ได้
6. ปลาช่อน เป็นปลาที่กินเนื้อ เช่น ลูกปลาลูกกุ้ง หรือแม้แต่ปลาขนาดเล็กพวกเดียวกัน ปลาช่อน พบทั่วไป ตั้งแต่ประเทศจีน อินเดีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ ใน ประเทศไทยจะมีอยู่ทั่วไปทุกภาค
7. ปลาบู่ ตามธรรมชาติ ปลาบู่กินปลาตัวเล็กๆ กุ้ง ปู หอย และแมลงในน้ำ ในประเทศไทยจะพบปลาบู่ตามแม่น้ำลำคลอง หนอง บึง ในทุกภาคของประเทศ
8. ปลานวลจันทร์ทะเล เป็นปลาในวงศ์คลูเปอิดี (Clupeidae) พบอยู่ทั่วไปในย่านอินโดแปซิฟิก ในเขตร้อนและ เขตอบอุ่นอาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ขึ้นไป ถึง 40 องศาเซลเซียส
9. ปลากระบอก เป็นปลาทะเล ซึ่งมาอาศัยหากินอยู่ในน้ำกร่อยบริเวณปากแม่น้ำ สามารถปรับตัวเข้าอยู่อาศัยได้ดีในน้ำกร่อย และน้ำจืด ปลากระบอกนำมาเลี้ยงในบ่อได้ดี และสามารถนำมาเลี้ยงรวมกับปลาอื่น เช่น ปลาในสกุลคาร์ป และสกุลตีลาเบียในบ่อน้ำกร่อยเล็กน้อย
10. ปลากะพง เป็นปลาทะเลแต่เข้ามาหากินในน้ำกร่อย และเลยเข้ามาอยู่ในแม่น้ำซึ่งมีน้ำจืด ปลาจะโตได้น้ำหนัก 2 กิโลกรัม มีความยาว 50 เซนติเมตร ภายในระยะเวลาการเลี้ยง 1 ปี
ปลาไทยทั้ง 10 ชนิดนี้ เป็นปลาที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยงเพื่อการเกษตรกรรม และสามารถเป็นอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรวมถึงชาวประมงได้

READ ARTICLE

หยุดเถิดหากไม่อยากผมร่วง

ปัญหาสุขภาพผมมีหลายอย่างทั้งผมร่วง ผมบาง ผมหนา ปัญหาผมชี้ฟู ไม่มีสุขภาพที่ดี และปัญหาสุดท้ายคือ ปัญหาผมร่วง ซึ่งอย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงนั้นมีหลายอย่าง ดังนั้นหากจะลดไม่ให้เกิดปัญหาผมร่วงนั้นไม่ยากเลยคือ แก้ปัญหาตรงสาเหตุ คือ ปฏิบัติตัวให้ตรงข้ามกับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานั้นเอง เป็นวิธีธรรมชาติที่ต่างคนต่างก็รู้อยู่แลว่าเราทำอะไรให้ผมเสีย เช่น กิจกรรมในชีวิตประจำวันของคุณ ลองเอาไปคิดดูว่าเราทำไมผมจึงร่วงบางคนรู้ง่าย เช่น คุณแม่หลังคลอด รู้ว่ามีปัญหา ผมร่วงหลังคลอด จากฮอร์โมน เป็นต้น ดังนั้นเมื่อรู้ต้นตอเราก็สามารถที่จะป้องกันได้ ด้วยการดูแลให้ตรงจุด วันนี้เราจึงมีตัวอย่างพฤติกรรมที่เราทำเป็นกิจวัตรแล้วทำให้เกิดปัญหาผมร่วง
1. อย่าโหมงาน อย่าเครียดและอย่าโหมงานหนักมากจนเกินไป เพราะว่านอกจากจะส่งผลเสียกับเส้นผมแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอีกต่างหาก  อย่าลืมนะว่าเมื่อสุขภาพผมมันอ่อนแอแล้วนั้นสุขภาพกายจะอ่อนแอตามไปด้วย มีโอกาสที่เส้นผมจะหลุดร่วงมากกว่าเดิมเมื่อเครียด
2. ดื่มน้ำน้อย ควรดื่มน้ำ ให้ได้วันละ 8 แก้ว และพักผ่อนให้เพียงพอ สามารถป้องกันผมร่วงได้อย่าลืมนะว่าร่างกายของเราขาดน้ำไม่ได้ ต้องการน้ำในร่างกายแล การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายเป็นได้ซ่อมแซมตนเอง ส่งผลให้ผมได้พักผ่อนและเจริญเติบโต
3. เลี่ยงการสระผมตอนกลางคืน อันที่จริงแล้วมันอาจจะไม่ใช่สาเหตุหลัก หากว่าสระแล้วทำให้ผมแห้งสนิทได้ แต่ส่วนมากอาจจะเหนื่อยแล้วหลับไปก่อนที่ผมจะแห้งทำให้ผมชื้น อาจะทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ ตามมาด้วยปัญหารังแคแล้ว
4. ไม่สระผมบ่อยเกินไป การสระบ่อย บางคนชอบสระผมทุกวัน ควรที่จะเลิกเพราะว่ามันทำให้หนังศีรษะแห้ง ผมร่วง ผมบาง และมีรังแคตามมาอีกต่างหาก แนะนำให้สระแค่ 3 – 5 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวันก็พอ
5. หลีกเลี่ยงการมัดผมตลอดเวลาหรือว่ามัดผมแน่น การรวบตึงเกินไปนั้น หรือว่ามัดตลอดเวลาจะทำให้รากผมจะถูกรั้งและกระชาก ทำให้ผมร่วงหากอยากมัดอาจจะใช้การมัดแบบหลวมๆได้
6. อย่าหวีผมแรงๆ ด้วยความว่าเส้นผมไม่แข็งแรงมากอยู่แล้วยังมาหวีผมแรงๆ ทำให้ผมเสีย  ขาดร่วงได้ง่าย พยายามใช้หวีซี่ห่างค่อยๆ สางผมจากส่วนปลายผม ไล่ไปยัง โคนผม

READ ARTICLE

ทำอย่างไรให้ใบหน้าสวยใสในระยะยาว

สาวๆหลายๆคนนั้นไม่ได้มีผิวพรรณที่ดีอะไรมาโดยกำเนิดหรอก ส่วนมากก็จะต้องอาศัยในเรื่องของการบำรุงและดูแลทั้งนั้น แต่สำหรับคนที่มีผิวพรรณที่ดีมาแต่กำเนิดก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและค่อนข้างจะน่าอิจฉาสำหรับใครหลายๆคน แต่ว่าแม้นว่าจะมีผิวหน้าดีมาแต่กำเนิดอย่างไรกากขาดการดูแลก็ทำให้เกิดปัญหาเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาเช่นกัน บางคนมีปัญหาผิวแห้ง บางคนมีปัญหาผิวมัน บางคนมีปัญหารูขุมขนค่อนข้างกว้างตรงจมูกและข้างจมูก ดังนั้นหากต้องการให้ผิวสวยและสุขภาพดี เพราะว่าต่างคนต่างสภาพผิวสภาพหน้า ดังนั้นทำอย่างไรมาดูกันดีกว่าว่าจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแนวคิดอย่างไร

1.หากอยากสวยต้องไม่ขี้เกียจ ความขี้เกียจนี้คือ อุปสรรคของความสวย การขยันในการที่จะดูแลตัวเอง ทาครีม ล้างหน้า เช็ดเครื่องสำอาง ที่สำคัญมากคือ อย่านอนทั้งๆที่มีเครื่องสำอางอยู่บนหน้า และอย่าลืมทำความสะอาดเครื่องนอนเป็นประจำด้วย
2. หากอยากสวยต้องคลุกคลีในวงการของความสวยความงาม หากต้องการจะสวยจะต้องพยายามในการที่จะอยากสวยด้วยการหาความรู้ เช่นเดียวกันหากคุณอยากเก่งภาษาอังกฤษ คุณต้องฝึกพูด ฝึกฟัง ค้นคว้าหาข้อมูล ต้องหาให้เจอถึงต้นตอให้เจอว่าปัญหาผิวเราเกิดจากอะไรแล้วจึงเลือกหาทางในการที่จะจัดการถูก ซื้อ ครีมรกแกะ ที่เหมาะสมถูก
3. ทานน้ำเยอะๆ คนที่มีผิวสวยสุขภาพดี 100 ทั้ง100 หากว่าทานน้ำน้อยไม่มีทางเลยว่าเค้านั้นจะมีสุขภาพดีได้ ดังนั้นการจิบไปเรื่อยๆจะดีต่อสุขภาพมาก หากทำงานกลัวลืมทานนำมาวางบนโต๊ะเลย หริว่า ตื่นมาก็กินก่อนเลย 1 แก้ว จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณและระบบขับถ่ายของคุณแน่นอน
4. ทาครีมกันแดด เป็นประจำ แม้นว่าจะน่ารำคาญที่เหนียวไปนิดแต่ว่ามีข้อดีมากในการปกป้องผิวอย่าลืมนะว่าแสงแดดหรือว่าสงสีฟ้าหรือว่าแสงนีออนในบ้าน ล้วนแล้วแต่เป็นตัวการในการที่จะลายผิวเราทั้งนั้น ดังนั้นก่อนออกบ้านหรือว่าอบยู่ในบ้านหรือว่าในที่ทำงานก็ทาครีมกันแดดเป็นประจำ โดยพยายามเลือก ที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตวันไหนจะต้องออกแดดมากก็ทาค่า SPF ที่สูง 30 + หน่อยวันไหนอยู่บ้านก็ทาแค่ แม้ว่าวันนั้นคุณจะอยู่บ้านเฉยๆ SPF ที่ 15+ พอ แดดเลย ขี้เกียจทา มันเหนียวเหนอะหนะ ยิ้มทีริ้วรอยที่ตานี่มาทักทายเพียบเลยค่ะ

READ ARTICLE

กระเป๋าเดินทางขนาดไหนจึงจะเหมาะกับการเดินทางของคุณ

เมื่อพูดถึงการเดินทางไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อศึกษา เพื่อการอบรม เพื่อการท่องเที่ยว หรือว่าเพื่อทำธุระก็ตาม การเดินทางในสมัยนี้นอกจากจะมีพาหนะในการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือว่าการขนส่งสาธารณะ เช่น รถตู้ รถไฟ รถเช่า หรือว่าเครื่องบินก็ตาม จะยังมีเรื่องของ กระเป๋าเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ไดเลย ซึ่ง กระเป๋าเดินทางในปัจจุบันมีการผลิตออกมาหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ราคาก็แตกต่างกันออกไปแล้วการตัดสินใจจะซื้อแบบ กระเป๋าเดินทางราคาถูก หรือว่าแบบราคาแพง เช่น ยี่ห้อ   Romar Polo American เป็นต้น ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีราคาแพงหรือว่าราคาถูกแตกต่างกันออกไป ส่งผลให้นักเดินทางหลายท่าน ตัดสินใจในการที่จะเลือกกระเป๋าเดินทาง สักใบเกิดความลังเลและสับสนในการที่จะเลือกเช่นกัน ดังนั้นลองมาดูกันดีกว่ามีการ จำแนกรูปแบบการท่องเที่ยวตามระยะเวลา ซึ่งขนาดกระเป๋าเดินทางจะสัมพันธ์กับระยะเวลาการเดินทางในการเดินทางเป็นดังต่อไปนี้

1. การเดินทางประมาณ 1 – 3 วัน
เป็นการเดินทางระยะสั้น ดังนั้นสิ่งของและสัมภาระของใช้ที่จะต้องเตรียมเพื่อใช้จะไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไร หากเป็นกระเป๋าล้อลากควรใช้ขนาด18-20 นิ้ว อย่าใช้กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่มากเกินกว่านี้เพราะว่าจะทำให้สร้างภาระในการเดินทางมากกว่าเดิม
2. การเดินทางประมาณ 4-6 วัน
การเดินทางกลางๆ จำนวนวันไม่มากไม่น้อยมากจนเกินไป ดังนั้นของใช้จะเยอะมากขึ้นไปด้วย กระเป๋าล้อลากแนะนำให้ใช้ประมาณ 24 นิ้ว
3. การเดินทางประมาณ 7-10 วัน
ถือว่าเป็นระยะเวลาเท่านี้ ถือว่ายาวนานเช่นเดียวกันทำให้ต้องใช้สัมภาระเยอะ แนะนำให้ใช้ กระเป๋าขนาด 28 นิ้ว เพื่อให้สามารถจุขอวงให้เพียงพอได้  เทคนิคคือ พยายามในการที่จะเลือกแบบของกระเป๋ายี่ห้อที่มีน้ำหนักเบาเอาไว้ก่อนเพื่อให้เมื่อบวกกับสัมภาระเข้าไปอีกไม่หนักจนไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้
4. การเดินทางประมาณ 10 วันขึ้นไป
เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากที่สุดหากใครเดินทางในระยะเวลาเป็น 10 วัน ขอแนะนำว่าใช้กระเป๋าหลายๆใบเข้าไว้  เนื่องจากสิ่งของที่ต้องเตรียมไปเพื่อการเดินทางในระยะเวลาเท่านี้ย่อมมีมาก เพื่อเฉลี่ยน้ำหนัก ง่ายต่อการขนย้าย