มาทำความรู้จักผลิตภัณฑ์สำหรับเล็บกันเถอะ


การตกแต่งเล็บให้สวยงามดูเหมือนว่าเป็นที่สนใจไม่น้อยในปัจจุบัน สำหรับการ เรียนทำเล็บ แล้วได้แนะนำว่าน้ำยาทาเล็บในปัจจุบันมีหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบบสีอ่อนหรือสีเข้ม รวมถึงในเรื่องของราคาก็มีความแกต่างกัน หลายคนลองที่จะสร้างสรรค์สีเล็บโดยการผสมสีด้วยตัวเอง ซึ่งก็เก๋ไม่เบา น้ำยาทาเล็บใหม่ๆนั้น ต่างก็ออกมาวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้รวมถึงประเภทสีเข้ม สีเรืองแสง สีใสที่มีส่วนผสมของกากเพชรต่างๆ หรือจะเป็นโทนสีที่เน้นอารมณ์หรือมู้ดโทน และสีประกายแวววาว นอกจากนี้ยังมีประเภทที่มีกลิ่นหอม ซึ่งอยู่ได้ประมาณ 3 – 4 วัน อีกทั้งชุดทำเล็บสำเร็จรูปก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

1. น้ำยาทาเล็บแบบมู้ดโทน น้ำยาทาเล็บประเภทนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีความน่าตื่นเต้น เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองต่ออารมณ์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงอุณหภูมิของร่างกาย โดยมีสีอ่อนไปจนถึงโทนสีร้อนแรง สีที่เข้มที่ดูแล้วเข้มแข็ง โดยเป็นแบบสีเรียบ และแบบที่มีกากเพชร เพื่อสร้างความระยิบระยับ ซึ่งสีจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิในร่างกาย และจะเปลี่ยนเป็นสีเข้มเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิต่ำ เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นสีเล็บเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยังไม่รวมถึงเวลาที่บริเวณหนังตรงขอบเล็บนั้นซึ่งเป็นสีอ่อน ตัดกับปลายเล็บที่เป็นสีมือ

2. น้ำยาทาเล็บแบบสีสว่างร้อนแรง เป็นแบบผสมสีเมทัลลิค ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีสว่าง เช่น สีทองสว่างจะเปลี่ยนจากสีทองเป็นสีทองแดง และสีทองแดงไปเป็นสีทองแดงอมชมพู หลังจากนั้นกลายเป็นสีทองเหลือชมพู และกลายเป็นสีทองเหลืออมทองแดง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา

3. น้ำยาทาเล็บแบบมีกลิ่นหอม นอกจากมีกลิ่นหอมแล้วยังมีลักษณะเป็นประกายแวววาว สีเหล่านี้จะเป็นเอกลักษณ์ และสามารถทาทับสีประเภทอื่นได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าทาน้ำยาทาเล็บกลิ่นบลูเบอร์รี่ ทับลงบนสีบลูเบอร์รี่ ก็จะใช้สีม่วงแดงเข้ม นอกจากนี้อาจใช้น้ำยาทาเล็บกลิ่นแอปเปิ้ล ทาเล็บในแนวทแยงหรือตรงกลางตลอดเล็บ เพื่อสร้างสรรค์ให้ดูแปลกออกไปจากเดิม รวมถึงมีกลิ่นหอมซึ่งจะติดอยู่ประมาณ 3 – 4 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของร่างกาย และภายในสภาพแวดล้อมภายนอกด้วย

4. ทินเนอร์สำหรับผสมสีทาเล็บ เป็นตัวช่วยทำให้น้ำยาทาเล็บที่เข้มข้นนั้นเจือจางลง และยังช่วยให้คงสีสันได้อีกนาน ในการใช้นั้นควรอ่านวิธีการใช้ให้ละเอียด อย่างสับสนระหว่างน้ำยาล้างเล็บและทินเนอร์ผสมสีทาเล็บ ซึ่งทั้งสองชนิดมีโครงการทางเคมีที่แตกต่างกัน หากเกิดการผสมระหว่าง 2 ผลิตภัณฑ์นี้แล้วจะทำให้เกิดการทำลายเล็บมากกว่าการดูแลเล็บ

5. น้ำยาล้างเล็บ มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไป ทั้งรูปแบบขวดที่มีแผนป้องกันไว้ด้านในหรือแบบกระปุกที่มีฟ้องน้ำบุเป็นรูตรงกลาง ในการเลือกใช้นั้น ควรจะเลือกน้ำยาล้างเล็บแบบไม่มีสารอะซีโตน ซึ่งจะช่วยในเรื่องการลดปัญหาของการแห้งเสียของเล็บ และช่วยในเรื่องของการป้องกันเล็บไม่ให้เปราะบางหักง่าย ทั้งนี้ควรที่จะล้างมือทุกครั้งหลังจากใช้น้ำยาทาเล็บ สำหรับการใช้น้ำยาทาเล็บนั้น ห้ามเขย่าขวดเด็ดขาดแต่ให้ใช้มือทั้งสองข้างคลึงเท่านั้น ส่วนการทำเล็บให้เริ่มจากการลอกหนังเสียก่อน ละก่อนที่จะทาเล็บต้องทาน้ำยารองพื้นก่อนทุกครั้ง จากนั้นให้ทาสีทาเล็บทับประมาณ 2 – 3 ครั้ง และทาน้ำยาเคลือบเล็บเป็นขั้นตอนสุดท้าย